นอกจากนี้ ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคมของยูโรโซนและดัชนีพื้นฐาน (Core) ก็จะอยู่ในความสนใจเช่นกัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อในภูมิภาค หลังจากการเริ่มต้นของสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และยังเป็นตัวชี้นำทิศทางการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในอนาคตของ European Central Bank อีกด้วย
สำหรับเงินปอนด์อังกฤษ วันนี้คาดว่าจะมีการเผยแพร่ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคสำคัญหลายรายการสำหรับไตรมาสที่ 4 นักลงทุนจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของตัวเลข GDP อย่างใกล้ชิด ตัวเลขเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นบารอมิเตอร์หลักของสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราแลกเปลี่ยนของสเตอร์ลิง รวมถึงบรรยากาศการลงทุนโดยรวมในยุโรป นอกจากตัวเลข GDP แล้ว ยังจะมีการประกาศข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระดับการลงทุนด้วย การเปลี่ยนแปลงของระดับการลงทุนอาจเป็นสัญญาณสะท้อนถึงความพร้อมของภาคธุรกิจในการขยายตัว การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และการสร้างงานเพิ่มเติม นอกจากนี้ บัญชีดุลการชำระเงินก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ตลาดให้ความสนใจ
หากตัวเลขที่ออกมาตรงกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการใช้กลยุทธ์ Mean Reversion แต่หากข้อมูลออกมาสูงหรือต่ำกว่าที่คาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์ Momentum จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด
กลยุทธ์ Momentum (สำหรับการเทรดตามการ breakout):
สำหรับคู่ EUR/USD
เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาทะลุระดับ 1.1486 ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นของ euro ไปยังระดับ 1.1520 และ 1.1552
เปิดสถานะขายเมื่อราคาทะลุระดับ 1.1448 ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลงของ euro ไปยังระดับ 1.1414 และ 1.1384